“ลดพุง” ลดสารพัดโรคที่คุณนึกไม่ถึง!

“ลดพุง” ลดสารพัดโรคที่คุณนึกไม่ถึง!

    คนที่ลงพุงไม่จำเป็นต้องเป็นคนอ้วนเสมอไป คนผอมก็ลงพุงได้ คุณทราบหรือไม่ว่าคนที่ “ลงพุง” มีความเสี่ยงต่อโรคมากมายที่นึกไม่ถึงว่าจะเกี่ยวกันได้ ผู้หญิงที่มีรอบเอวเกินกว่า 80 ซม. และผู้ชายเกิน 90 ซม. ถือว่า “ลงพุง” หรือมีภาวะ Metabolic Syndrome คือภาวะที่มีไขมันสะสมในช่องท้องหรืออวัยวะในช่องท้องมากเกินควร เมื่อมีมากขึ้นหน้าท้องจะยื่นออกมาชัดเจนคือ “ลงพุง” นั่นเอง



     สาเหตุนั้นมาจากได้รับพลังงานจากอาหารมากกว่าพลังงานที่ร่างกายใช้ออกไป ซึ่งเป็นได้ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะคนที่ขาดการออกกำลังกาย ที่สำคัญคือ “ไขมันในช่องท้องนี้อันตรายกว่าไขมันในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย” เพราะสามารถสลายเป็นกรดไขมันอิสระเข้าสู่กระแสเลือด และไปยับยั้งกระบวนการเผาผลาญกลูโคสในกล้ามเนื้อ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน คนที่ลงพุงจึงเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ กรดไหลย้อน เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ตลอดจนเสี่ยงต่อโรคมะเร็งบางชนิด ฯลฯ



     ดังนั้นใครที่วัดพุงได้มากกว่าขนาดดังกล่าว คงถึงเวลาแล้วที่จะต้องเริ่มออกกำลังกายเพื่อ “ลดพุง ลดโรค” กรมอนามัยแนะนำว่าการออกกำลังเผาผลาญพลังงานให้ได้อย่างน้อย 1,000 กิโลแคลอรี่ต่อสัปดาห์ หรือ 150 กิแคลอรี่ต่อวัน สามารถป้องกันการ “ลดพุง” ได้ และถ้าต้องการ “ลงพุง” ควรออกกำลังระดับปานกลาง สะสมวันละ 40 – 60 นาทีทุกวัน เพื่อเผาผลาญพลังงานอย่างน้อย 2,000 กิโลแคลอรี่ต่อสัปดาห์

     
     ทั้งนี้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แนะว่าการ “ลงพุง”เพื่อ “ลดโรค” ด้วย “การแกว่งแขน” เป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสม มากประโยชน์ เพราะง่าย สะดวก มีประสิทธิภาพ ทำได้ทุกที่ทุกเวลาเหมาะสำหรับทุกคน รวมทั้งผู้สูงวัยและผู้ที่มีปัญหาข้อกระดูก เพราะนอกจากเผาผลาญพลังงานแล้ว ยังช่วยให้ต่อมน้ำเหลือง (Lymph nodes) บริเวณรักแร้ที่มีอยู่จำนวนมากไหลเวียนได้ดี ซึ่งต่อมน้ำเหลืองมีหน้าที่เป็นด่านกรองและกำจัดเชื้อโรค ช่วยสร้างเม็ดเลือดขาว อันเป็นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยตองแกว่งแขนอย่างน้อยครั้งละ 10 นาที วันละ 30 นาทีทุกๆวัน จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน ทั้งเผาผลาญไขมัน ลดการสะสมของไขมันในช่องท้อง พุงจึงลดลงได้ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ลดอาการปวดบ่า คอ ไหล่ จากการทำงานหรือ Office Syndrome ลดความเครียด และช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
               
 แกว่งแขน ใครๆ ก็ทำได้ง่ายๆ คุณประโยชน์มหาศาล...มาเริ่มกันเลยดีกว่า!



ตัวอย่างการออกกำลังปริมาณปานกลางและใช้พลังงานโดยประมาณ



ขอบคุณบทความ : วิชาการ.คอม
 1855
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์